
ชาวต่างชาติสามารถจดบริษัทในประเทศไทยและถือหุ้นเองได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าชาวต่างชาติจะสามารถถือหุ้น 100% ในทุกธุรกิจได้ เพราะต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ตั้งแต่สัดส่วนการถือหุ้น ประเภทธุรกิจ โครงสร้างบริษัท ไปจนถึงกฎหมายที่ใช้ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
โดยทั่วไป การวางโครงสร้างธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติอาจพบได้ทั้งกรณีที่ คนไทยถือหุ้นข้างมาก และกรณีที่ ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ซึ่งอาจมีเงื่อนไขด้านสัดส่วนการถือหุ้นแตกต่างกันไปตามประเภทกิจการและสิทธิที่ได้รับ
ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ จดบริษัทในไทยได้หรือไม่?
ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนและถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยได้ แต่สัดส่วนการถือหุ้นจะมีผลต่อการพิจารณาสถานะของบริษัทตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยและมีคนต่างด้าวถือหุ้นหรือมีเงินลงทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไป บริษัทดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็น “คนต่างด้าว” ตามนิยามในพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งจะทำให้ต้องพิจารณาข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจต่อไป
1. ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49%
หากบริษัทมีผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นข้างมาก และผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% บริษัทจะอยู่ในโครงสร้างบริษัทไทยตามแนวทางของหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของรัฐ
อย่างไรก็ตาม การมีโครงสร้าง 51% ไทย และ 49% ต่างชาติ ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องตรวจสอบกฎหมายอื่น เพราะยังต้องพิจารณาประเภทธุรกิจ ใบอนุญาตเฉพาะ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการนั้นด้วย
2. ต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป
เมื่อสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติอยู่ที่ 50% ขึ้นไป บริษัทที่จดทะเบียนในไทยอาจเข้าข่ายเป็น “คนต่างด้าว” ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทำให้ต้องตรวจสอบว่ากิจการที่จะดำเนินการอยู่ในบัญชีท้ายกฎหมายหรือไม่
หากเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด อาจต้องขออนุญาตก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ หรือในบางประเภทอาจไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงมีมากกว่าสัดส่วนหุ้น เช่น
- ประเภทธุรกิจที่บริษัทจะดำเนินการ
- โครงสร้างผู้ถือหุ้นและเงินลงทุน
- อำนาจในการออกเสียงและควบคุมบริษัท
- ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- เงื่อนไขเกี่ยวกับทุนขั้นต่ำ
ข้อจำกัดของบริษัทที่เข้าข่ายเป็นคนต่างด้าว
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดบัญชีท้ายกฎหมายไว้ 3 กลุ่ม ซึ่งมีระดับข้อจำกัดแตกต่างกัน
บัญชีหนึ่ง เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบด้วยเหตุผลพิเศษ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน การเลี้ยงสัตว์ การทำป่าไม้จากป่าธรรมชาติ และการค้าหรือขายทอดตลาดโบราณวัตถุบางประเภท เป็นต้น
บัญชีสอง เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความปลอดภัย ศิลปวัฒนธรรม หรือทรัพยากรบางประเภท การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวมีเงื่อนไขด้านโครงสร้างและต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
บัญชีสาม เป็นธุรกิจที่กฎหมายมองว่าคนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันกับคนต่างด้าว เช่น ธุรกิจบริการบางประเภท โดยคนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้เมื่อได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ หากคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย ก็มีความเสี่ยงทางกฎหมายโดยตรง เพราะมาตรา 36 กำหนดโทษกรณีการถือหุ้นแทนหรือช่วยเหลือเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายไว้ด้วย
กรณีไหนที่ต่างชาติสามารถถือหุ้นมากกว่า 49% หรือ 100% ได้?
การที่ต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 49% ไม่ได้หมายความว่าจะผิดกฎหมายในทุกกรณี แต่ต้องตรวจสอบว่าธุรกิจนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ และหากอยู่ในกลุ่มที่ต้องขออนุญาต ก็ต้องดำเนินการให้ได้รับอนุญาตก่อนประกอบธุรกิจ
กรณีที่ 1 ธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในข้อจำกัดของกฎหมายคนต่างด้าว
หากบริษัทมีสถานะเป็นคนต่างด้าว แต่ธุรกิจที่ต้องการดำเนินการ ไม่ได้อยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องขอ FBL สำหรับธุรกิจนั้นเสมอไป
อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาเรื่องทุนขั้นต่ำและกฎหมายเฉพาะของธุรกิจนั้นด้วย โดยมาตรา 14 กำหนดว่าคนต่างด้าวที่เริ่มประกอบธุรกิจในประเทศไทยต้องมีทุนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด และโดยหลักไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท
อีกประเด็นที่ต้องแยกออกจากกันคือ การถือหุ้น กับ การทำงานในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน หากผู้ถือหุ้นต่างชาติเข้ามาทำงานในบริษัท ก็ต้องตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าวเพิ่มเติมด้วย
ข้อมูลอ้างอิง: https://www.mol.go.th/employee/occupation_prohibited
กรณีที่ 2 ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
หากธุรกิจอยู่ในประเภทที่กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบได้เมื่อได้รับอนุญาต บริษัทสามารถดำเนินการขอ Foreign Business License (FBL) ตามขั้นตอนที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% และต้องการประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายกฎหมาย จะต้องตรวจสอบประเภทธุรกิจและดำเนินการขออนุญาตก่อนเริ่มประกอบกิจการตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
สำหรับธุรกิจตามบัญชีสาม หากได้รับ FBL แล้ว ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ถึง 100% ตามกรอบที่หน่วยงาน BOI/OSOS อธิบายไว้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรณีที่ 3 ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
อีกแนวทางหนึ่งคือการขอรับ การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หากกิจการและโครงการเข้าเกณฑ์ที่กำหนด สิทธิประโยชน์ของ BOI อาจรวมถึงสิทธิด้านสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกิจการที่ยื่น BOI จะได้รับอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 100% โดยอัตโนมัติ เพราะ BOI สามารถกำหนดเงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติแตกต่างกันไปตามประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการ
ตัวอย่างเช่น OSOS ระบุว่าบางกิจการที่ได้รับ BOI สามารถมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ 100% ได้ โดยต้องเป็นกิจการและโครงการที่เข้าเงื่อนไขการส่งเสริมที่เกี่ยวข้อง
จดบริษัท ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารสำหรับการจดทะเบียนบริษัท
โดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับเอกสารและข้อมูล เช่น
- ข้อมูลผู้เริ่มก่อการและผู้ถือหุ้น
- เอกสารแสดงตัวตนของผู้เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลกรรมการ
- หนังสือบริคณห์สนธิ
- รายละเอียดวัตถุประสงค์ของบริษัท
- รายละเอียดทุนและโครงสร้างหุ้น
- เอกสารเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงาน
สำหรับชาวต่างชาติ เอกสารยืนยันตัวตนอาจใช้หนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ทางราชการกำหนด โดยระบบของ DBD ระบุว่ากรณีชาวต่างชาติสามารถใช้หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวที่ออกโดยส่วนราชการไทยในการยืนยันตัวตนได้
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับกรณีมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ
ในบางกรณีอาจต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม เช่น
- สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือหุ้นต่างชาติ
- เอกสารแสดงที่มาของเงินลงทุนตามกรณี
- เอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลต่างประเทศ หากมีบริษัทต่างประเทศเข้ามาถือหุ้น
- เอกสารประกอบการขออนุญาตประกอบธุรกิจ
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับ BOI หากเป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริม
รายการเอกสารที่ต้องใช้ไม่สามารถกำหนดเป็นรายการตายตัวได้ในทุกกรณี ควรตรวจสอบกับ DBD หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติหลายชั้นหรือมีการขอ FBL/BOI เพิ่มเติม
ขั้นตอนจดบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ
1. ตรวจสอบประเภทธุรกิจและข้อจำกัดก่อน
เริ่มจากระบุให้ชัดว่าบริษัทจะประกอบธุรกิจอะไร จากนั้นตรวจสอบว่ากิจการอยู่ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือมีกฎหมายเฉพาะควบคุมหรือไม่
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดว่าบริษัทสามารถใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นแบบใด และต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่
2. วางโครงสร้างผู้ถือหุ้น
กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของคนไทยและต่างชาติให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจ
หากต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ต้องพิจารณาว่าบริษัทเข้าข่าย “คนต่างด้าว” และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่
3. ตรวจสอบใบอนุญาตหรือสิทธิส่งเสริม
หากธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่มีข้อจำกัด ให้ตรวจสอบว่าจะใช้แนวทางใด เช่น
- ขอ Foreign Business License
- ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
- ใช้สิทธิหรือข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเข้าเงื่อนไข
4. เตรียมข้อมูลและเอกสารสำหรับการจดทะเบียน
เมื่อโครงสร้างชัดเจนแล้ว จึงเตรียมข้อมูลบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ ทุน วัตถุประสงค์ และเอกสารของผู้เกี่ยวข้อง
5. ยื่นจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ซึ่งสามารถทำผ่าน ระบบจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยสามารถลงทะเบียน, กรอกข้อมูลตามขั้นตอน และรอให้นายทะเบียนตรวจสอบ หลังจากนั้นสามารถชำระค่าธรรมเนียนจดทะเบียนได้เลย
6. ดำเนินการตามเงื่อนไขหลังจดทะเบียน
หากกิจการต้องมี FBL ใบอนุญาตเฉพาะ หรือได้รับสิทธิ BOI ก็ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มกิจกรรมที่กฎหมายกำหนด
จดบริษัทแบบผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ต้องมีทุนเท่าไร?
- บริษัทที่ไม่ได้เข้าข่ายเป็นคนต่างด้าว – ใช้หลักเกณฑ์ทุนตามกฎหมายบริษัททั่วไปและลักษณะธุรกิจ
- บริษัทต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจนอกบัญชีท้าย – ทุนขั้นต่ำตามมาตรา 14 โดยหลักไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท
- บริษัทต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายและต้องได้รับอนุญาต – ทุนขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับธุรกิจนั้น โดยมาตรา 14 กำหนดกรอบไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท
สิ่งที่ต้องระวังเมื่อตั้งบริษัทโดยมีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ
อย่าใช้คนไทยถือหุ้นแทน
การให้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ หรือ Nominee เพื่อทำให้โครงสร้างดูเหมือนบริษัทไทย ทั้งที่ในความเป็นจริงต่างชาติเป็นผู้ลงทุนหรือควบคุมกิจการ อาจเข้าข่ายการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย
มาตรา 36 ของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวระบุถึงกรณีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย และมีบทลงโทษทั้งต่อผู้ที่ให้ความช่วยเหลือและคนต่างด้าวที่ยินยอมให้กระทำการดังกล่าว ดังนั้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นควรสะท้อนการลงทุนและสิทธิของแต่ละฝ่ายตามความเป็นจริง
อย่าดูเฉพาะสัดส่วน 51% : 49%
ตัวเลข 51% : 49% เป็นโครงสร้างที่พบได้บ่อย แต่ไม่ควรนำมาใช้เป็นสูตรสำเร็จสำหรับทุกธุรกิจ
เพราะเมื่อมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้น ต้องดูต่อว่า
- บริษัททำธุรกิจอะไร
- ธุรกิจอยู่ในบัญชีใดหรือไม่
- ใครเป็นผู้ลงทุนจริง
- โครงสร้างอำนาจในการบริหารเป็นอย่างไร
- มีใบอนุญาตเฉพาะหรือไม่
ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ
การได้รับหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท ไม่ได้หมายความว่าบริษัทสามารถประกอบธุรกิจทุกประเภทได้ทันที หากธุรกิจอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับ FBL หรือใบอนุญาตเฉพาะ ต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนเริ่มกิจการในส่วนที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด
แยกเรื่อง ถือหุ้น กับ ทำงาน ให้ชัดเจน
ผู้ถือหุ้นต่างชาติอาจมีสิทธิในฐานะผู้ลงทุน แต่หากต้องเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย จะต้องตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตทำงานและอาชีพที่คนต่างด้าวสามารถทำได้อีกส่วนหนึ่ง
กระทรวงแรงงานมีรายการอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เช่น งานขายของหน้าร้าน งานเลขานุการ งานบัญชีบางลักษณะ และงานบริการทางกฎหมาย เป็นต้น
AM Group พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินการจดบริษัท
การจดบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการวางโครงสร้างให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ก่อนเริ่มจัดตั้ง AM Group สามารถให้บริการและคำปรึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น
- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้น
- ตรวจสอบประเภทธุรกิจเบื้องต้น
- บริการจดทะเบียนบริษัท
- ช่วยเตรียมเอกสารสำหรับการจัดตั้ง
- ให้คำแนะนำด้านภาษี
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
- ดูแลบัญชีหลังจัดตั้งบริษัท
- ให้คำปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ปรึกษาได้ที่ LINE OA @amgroup หรือ โทร 083-429-6854 เพื่อประเมินลักษณะธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มจดทะเบียน
สรุป จดบริษัท ผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ทำอย่างไร?
การจดบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาทั้งสัดส่วนการถือหุ้น ประเภทธุรกิจ และข้อจำกัดตามกฎหมาย หากต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% สามารถใช้โครงสร้างบริษัทไทยได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่การถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปต้องตรวจสอบว่าธุรกิจเข้าข่ายข้อจำกัดของกฎหมายคนต่างด้าวหรือจำเป็นต้องขออนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงอาจพิจารณาใช้สิทธิ BOI หากกิจการเข้าเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นควรวางโครงสร้างบริษัทให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมายและลดความเสี่ยงในอนาคต
FAQ
ชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?
สามารถถือหุ้นได้ตั้งแต่สัดส่วนต่ำไปจนถึง 100% ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะเปิดให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้ หากต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป บริษัทอาจเข้าข่ายเป็น “คนต่างด้าว” และต้องตรวจสอบข้อจำกัดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพิ่มเติม
ต่างชาติถือหุ้น 100% ในบริษัทไทยได้หรือไม่?
ทำได้ในบางกรณี แต่ต้องพิจารณาประเภทธุรกิจและฐานทางกฎหมายที่รองรับ เช่น ธุรกิจที่ไม่อยู่ในข้อจำกัด หรือธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย รวมถึงบางโครงการที่ได้รับ BOI ไม่ควรสรุปว่าบริษัททุกประเภทสามารถให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้
BOI ช่วยให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้หรือไม่?
อาจได้ในบางกิจการ แต่ BOI ไม่ได้ให้สิทธิ 100% กับทุกโครงการโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมเป็นรายกรณี
คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติได้หรือไม่?
การใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมายคนต่างด้าวมีความเสี่ยงทางกฎหมาย และมาตรา 36 กำหนดบทลงโทษสำหรับการถือหุ้นแทนหรือช่วยเหลือเพื่อให้คนต่างด้าวหลีกเลี่ยงกฎหมายไว้โดยเฉพาะ
ผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องมี Work Permit หรือไม่?
การเป็นผู้ถือหุ้นกับการทำงานในประเทศไทยเป็นคนละเรื่องกัน การถือหุ้นไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นสามารถเข้ามาทำงานในไทยได้โดยอัตโนมัติ หากต้องเข้ามาทำงาน ต้องพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าวและตำแหน่งงานนั้นเพิ่มเติม